![]() |
| ในช่วงต้นปีใหม่ประเพณี ณ วันเหมียว ก๊วกตื๋อย้าม ไม่ได้มีเพียงกลิ่นธูปและหมึกจีนบนกระดาษแดง แต่ยังมีการจัดแสดงในหัวข้อเรื่อง “ม้ากลับสู่เมือง” อย่างมีชีวิตชีวาและแปลกตา |
![]() |
![]() |
| เหนือกว่าการเป็นสัญลักษณ์แห่งความอดทนและแข็งแกร่งในชีวิตประจำวัน ภาพลักษณ์ของม้าได้ก้าวเข้าสู่พื้นที่มรดกด้วยท่วงท่าสงบงามและเปี่ยมด้วบศิลปะ |
![]() |
![]() |
| ในจิตสำนึกและวัฒนธรรมเวียดนาม ม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งพลัง ความซื่อสัตย์ ความทรหด และจิตใจแห่งการก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่ง “ม้ากลับสู่เมือง” นำเสนอผลงานต่างๆ ของนักวิจัยวัฒนธรรมที่ราบสูงเตยเงวียน ดั่งมิงเติม จิตรกร เลฮวี และกลุ่ม Lamphong Studio เปรียบเหมือนคำอวยพรตรุษเต๊ดปีใหม่ประเพณีปีมะเมียที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น จิตใจแห่งการลงมือทำ และก้าวไปข้างหน้า |
![]() |
| ไม่หรูหราหรือวิจิตรบรรจง แต่ประติมากรรมม้าเหล่านี้กลับดูเหมือนออกมาจากจังหวะชีวิตแห่งผืนป่าแห่งใหญ่ ด้วยความสวยงามดั้งเดิม เรียบง่าย คงรอยสิ่วและรอยแกะสลักไว้ครบถ้วน นักวิจัยฯ ดั่งมิงเติม เผยว่า เขามองท่อนไม้แล้วจินตนาการเป็นรูปทรงม้าก่อนลงสิ่ว ดังนั้น ผลงานแต่ละชิ้นจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว |
![]() |
| ผลงานต่างๆ ของนาย ดั่งมิงเติม ถ่ายทอดบทบาทของม้าในวิถีวัฒนธรรมที่ราบสูงเตยเงวียนได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่การเป็นมิตรสหายร่วมเดินทาง ไปจนถึงสัตว์มงคลในพิธีกรรมและเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในความทรงจำทางวัฒนธรรมของชุมชน |
![]() |
![]() |
| นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 950 ปี วันเหมียว-ก๊วกตื๋อย้าม นักวิจัย ดั่งมิงเติม ยังได้นำเสนอผลงานประติมากรรมม้าในหัวข้อ “วิงกวีบ๊ายโต๋” หรือการเดินทางกลับบ้านอย่างมีเกียรติและเคารพสักการะบรรพบุรุษ โดยมีม้าหลายตัวแบกกัน มีตัวหนึ่งถือแผ่นป้ายทอง อีกตัวหนึ่งถือพวงมาลัย รวมถึงผลงานแนวขบขัน เช่น ม้าอ่านหนังสือ ม้าผู้คุมสอบ หรือม้าผู้ขี้เกียจเรียน ซึ่งสร้างบรรยากาศที่หลากหลายสีสันให้กับงาน |
![]() |
| ควบคู่กันนั้น ยังมีผลงานม้าแบบแล็กเกอร์ของจิตรกร เลฮวี และกลุ่ม Lamphong Studio ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้ง โดยวัสดุแล็กเกอร์แบบดั้งเดิมนั้นได้รับการฟื้นฟู พร้อมสร้างสรรค์ตัวม้าในทั้งมิติประวัติศาสตร์เชิงลึก ความรู้สึกเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิอันเบิกบาน |
![]() |
| ด้วยฝีมือของบรรดาช่างศิลป์และจิตรกร มุมมองต่อสัตว์มงคลในช่วงปีใหม่ไม่เพียงแค่เป็นคำกล่าวสวัสดีฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังสร้างความเชื่อมโยงอย่างประณีตระหว่างสุนทรียศาสตร์ร่วมสมัยกับคุณค่าดั้งเดิม พาผู้ชมดำดิ่งในการเดินทางของ “อาชาศึก” ที่เสาะหาจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมใจกลางพระนคร |
![]() |
| ม้าหลายตัวที่ถูกสร้างสรรค์เชิงนามธรรมด้วยวัสดุเครื่องเขิน สะท้อนแสงธรรมชาติอย่างน่าหลงใหล |
![]() |
| ไร้เสียงกีบและเสียงร้องฮี้แต่ “ม้ากลับสู่เมือง” นำภาพลักษณ์ของม้า – สัญลักษณ์แห่งความทรหด ความใฝ่ฝัน และการเดินทาง – ออกจากความทรงจำเดิมๆ เพื่อสนทนากับชีวิตร่วมสมัย |
![]() |
![]() |
| การจัดแสดงครั้งนี้ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้าชมเป็นจำนวนมาก |
![]() |
| ทุกสายตาที่หยุดหน้าผลงานถือเป็นการพบปะส่วนตัวระหว่างอดีตกับปัจจุบันและระหว่างศิลปะกับอารมณ์ความรู้สึกในชีวิตประจำวัน |
![]() |
![]() |
![]() |
| เมื่อตรุษเต๊ดปีมะเมีย 2026 เวียดมาถึง พร้อมสัญลักษณ์แห่งความเพียรและความสำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศสุดโบราณของวันเหมียว ก๊วกตื๋อย้าม การปรากฏของสัตว์มงคลปีใหม่ดังเหมือนคำอวยพร “หม่าเต้าเฉิงกง” ที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานศิลปะสู่สาธารณชน |
งานนิทรรศการ “ม้ากลับสู่เมือง” จะถูกจัดไปถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2026 ณ วิหารวรรณกรรม วันเหมียว-ก๊วกตื๋อย้าม
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ


















