การประชุมครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการชี้นำเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและโครงการ 06 (VNA)

ในหลายปีที่ผ่านมา การขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามส่วนใหญ่อาศัยอยู่บน 3 เสาหลัก ได้แก่ แรงงานราคาถูก การลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออกแบบรับจ้างผลิต ซึ่งรูปแบบนี้ได้ช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามประสบผลที่น่ายินดีต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม จากความผันผวนต่างๆ ของโลก เช่น การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 หรือการปะทะทางภูมิรัฐศาสตร์ได้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจเมื่อห่วงโซ่อุปทานถูกระงับ

ในสภาวการณ์ดังกล่าว การพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์จึงกลายเป็นความจำเป็นเพื่อให้เวียดนามสามารถคงอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนต่างๆ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการแก้ไขปัญหาภายในของเศรษฐกิจ

เดินทางให้ทัน พร้อมกันและก้าวขึ้น

ในเวลาที่ผ่านมา เวียดนามได้ประสบผลที่น่ายินดีต่างๆ ในเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ เช่น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างรวดเร็วเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่แพร่หลายในสังคม เข้าร่วมในห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในเบื้องต้น เสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม จำนวนบุคลากรด้านเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นและกรอบกลไกนโยบายได้รับการปรับปรุงให้นับวันสมบูรณ์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเปลี่ยนจากการใช้มาเป็นการเป็นเจ้าของเทคโนโลยี จากการรับจ้างผลิตมาเป็นการสร้างมูลค่า และการมีส่วนร่วมพร้อมทั้งก้าวขึ้นเป็นผู้นำในบางด้าน เวียดนามจำเป็นต้องมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างเข้มแข็ง ดังที่รองนายกรัฐมนตรี เหงียนชี้หยุง เคยยืนยันว่า

จำเป็นต้องอาศัยความรู้ เทคโนโลยี บุคลากรที่มีความสามารถและสถาบันเพื่อสร้างก้าวกระโดด ที่สำคัญ คือ ต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถเมื่อเข้าร่วมในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่มูลค่าโลก เข้าใจและยึดตามมาตรฐานสากลเพื่อสามารถเข้าร่วมอย่างลึกซึ้งในห่วงโซ่มูลค่าและเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกได้ เวียดนามต้องเดินให้เร็วขึ้น กล้าและเด็ดขาดมากขึ้นในการปฏิบัติ ต้องมีแนวทางของตนเองเพื่อลดระยะที่ห่างกับโลก และค่อย ๆ เดินตามให้ทันและเป็นผู้นำในที่สุด”

นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้งห์ กล่าวปราศรัยในการประชุม (VNA)

มติที่ 57 ของกรมการเมืองพรรคและกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เช่น กฎหมายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมายเทคโนโลยีขั้นสูง กฎหมายการถ่ายทอดเทคโนโลยี กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายความปลอดภัยด้านข้อมูลบนไซเบอร์ ได้สร้างกรอบนิตินัยทั่วไปเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ในเวียดนาม นอกจากนี้ เวียดนามได้จัดตั้งคณะกรรมการชี้นำแห่งรัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยมีนายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้งห์ เป็นประธาน ในการกล่าวปราศรัยในการประชุมของคณะกรรมการชี้นำฯ กับ 34 จังหวัดและนครผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ณ กรุงฮานอย นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้งห์ ได้ย้ำว่า การพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์เป็นหน้าที่ทางการเมืองของเวียดนาม

จำเป็นต้องจัดตั้งกลไกการชี้นำและบริหารอย่างพร้อมเพรียงในระดับรัฐบาลเพื่อปฏิบัติโครงการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสต ตรวจวอลและปรับปรุงบัญชีรายชื่อเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ให้สมบูรณ์เพื่อยื่นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในเดือนเมษายนนี้ เสนอให้จัดตั้งคณะปฏิบัติงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า การพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ต้องมาจากความต้องการในความเป็นจริงและการพัฒนาของประเทศ”

วิธีการเข้าถึงที่เป็นรูปธรรม

เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้าและคลาวด์คอมพิวติ้งถือเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในด้านธรรมาภิบาลและการผลิต เทคโนโลยีพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนและการกักเก็บไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญในการค้ำประกันความมั่นคงทางพลังงาน เทคโนโลยีการผลิต เช่น ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์หรือการเข้าร่วมห่วงโซ่มูลค่าเซมิคอนดักเตอร์ จะช่วยให้เวียดนามเพิ่มขีดความสามารถด้านอุตสาหกรรม ส่วนเทคโนโลยีชีวภาพก็จะเปิดโอกาสมากมายให้แก่ภาคการเกษตรและการแพทย์ ดังนั้น แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนามในปัจจุบันคือ ถือสถานประกอบการเป็นศูนย์กลาง เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับปัญหาเฉพาะของเศรษฐกิจและใช้โอกาสจากความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อลดช่องว่าง โดยเฉพาะการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรถือว่าเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง เมื่อเดินทางมาเยือนสถาบันวิศวกรรมศาสตร์ทางทหารเมื่อวันที่ 17 มีนาคม เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ยืนยันว่า

“ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่เนื้อหาและหลักสูตรการฝึกอบรมตามแนวทางที่ทันสมัย ใช้ได้จริง มีความผูกพันใกล้ชิดกับสถานการณ์ที่เป็นจริงและการพัฒนาของวิทยาศาสตร์ ผลักดันการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก โดยเฉพาะขยายรูปแบบการฝึกอบรมคุณภาพสูงและการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในทุกระดับของการศึกษาในสาขาเทคโนโลยีใหม่ เทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน เทคโนโลยีแกนหลักและเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อก้าวไปสู่การครอบครองเทคโนโลยีขั้นสูงบางประเภท”

การพัฒนาเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์เป็นความจำเป็นที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ของเวียดนามในปัจจุบัน เป็นกุญแจช่วยให้เวียดนามเปลี่ยนจากเศรษฐกิจรับจ้างผลิตไปสู่เศรษฐกิจแห่งนวัตกรรมและเป็นฝ่ายรุกมากขึ้นในยุคใหม่.