นาย หว่างวันเลียม ดูแลฝูงวัวควาย |
นาย หว่างวันเลียม ชายหนุ่มชนเผ่าไต เกิดเมื่อปี 1986 ในครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน เขาต้องเดินทางไปทำมาหากินในท้องถิ่นต่างๆและประกอบอาชีพรับจ้าง นาย เลียมเห็นว่า อาชีพนี้หนักมากและรายได้ก็ไม่พอดำรงชีวิต ดังนั้น เขาคิดว่า จะกลับบ้านเกิดเพื่อสร้างฐานะ นาย เลียมได้เห็นถึงศักยภาพของตำบลเขตเขา โดยเฉพาะตำบลซวนลาคือการพัฒนาเศรษฐกิจป่าไม้ผสานกับการเพาะเลี้ยงปศุสัตว์ เมื่อปี 2009 นาย เลียมได้จัดตั้งสหกรณ์เทียนอาน โดยเน้นการเลี้ยงวัว ควายเนื้อและวัว ควายนม นาย หว่างวันเลียมได้เผยว่า
“ ท้องถิ่นเรามีที่ดินอยู่แล้วและผมศึกษาประสบการณ์จากผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในท้องถิ่น ผมจัดตั้งสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์และชวนเพื่อนๆเข้าร่วม ปัจจุบัน สหกรณ์ฯสมาชิก 9 คน”
ในช่วงแรก นาย เลียมพร้อมสมาชิกคนอื่นๆได้เดินทางไปจังหวัดต่างๆในภาคเหนือเพื่อซื้อควายและวัวผอมๆเพื่อนำมาเลี้ยงยืนโรง นาย เลียมและสมาชิกสหกรณ์ฯได้เน้นทำการกักตัวสัตว์และการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน ให้วัว ควายกินอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน เช่น หญ้าหมักและรำข้าวโพด เป็นต้น ใช้เครื่องพ่นหมอกและอาบน้ำให้แก่ฝูงวัว ควาย 7- 8 ชั่วโมงต่อวัน ควบคู่กับการเลี้ยงวัวควายเนื้อ สหกรณ์เทียนอานยังเน้นทำการวิจัยและเลือกพันธุ์สัตว์ที่ได้มาตรฐานเพื่อทำการผสมเทียม ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพของพันธุ์สัตว์
ภายหลังดำเนินงานมาเป็นเวลากว่า 3 ปี สหกรณ์เทียนอานสามารถครองส่วนแบ่งในตลาด โดยใช้รูปแบบการเลี้ยงวัว ควายครั้งละ 100 -200 ตัว แต่ละปี สหกรณ์ฯสามารถจัดสรรวัว ควายเนื้อและวัว ควายนม 1,500 ตัวให้แก่จังหวัดเอียนบ๊ายและจังหวัดต่างๆใกล้เคียง เช่น เตวียนกวาง ลาวกายและกรุงฮานอย รายได้ของสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านด่งต่อปี นายหว่างวันเกี๋ยม สมาชิกสหกรณ์เทียนอานได้เผยว่า
“หลังจากที่เข้าเป็นสมาชิกของสหกรณ์ฯ ครอบครัวเราได้พัฒนาฝูงควาย แหล่งจำหน่ายมีเสถียรภาพ”
แต่ละปี สหกรณ์ฯสามารถจัดสรรวัว ควายเนื้อและวัว ควายนม 1,500 ตัว |
นาย เหงวียนวันเทือง ประธานคณะกรรมการประชาชนตำบลซวนลายได้เผยว่า เมื่อก่อนนี้ ประชาชนส่วนใหญ่เลี้ยงปศุสัตว์แบบปล่อยบนนา ซึ่งสร้างประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจไม่สูงนัก นาย หว่างวันเลียมเป็นผู้เดินหน้าและเป็นตัวอย่างเพื่อให้ประชาชนตำบลซวนลาย โดยเฉพาะหมู่บ้านเกยแจเปลี่ยนแปลงแนวคิดและวิธีการเลี้ยง
“ปัจจุบัน ครอบครัวต่างๆในตำบลได้เรียนรู้รูปแบบของนายเลียมเพื่อปฏิบัติตาม โดยเลี้ยงปศุสัตว์แบบยืนโรง”
ครอบครัวนาย เลียมไม่เพียงแต่พัฒนาการเลี้ยงปศุสัตว์เท่านั้นหากยังปลูกต้นยูคาลิปตัสในพื้นที่ 10 เฮกตาร์ ช่วยสร้างงานทำให้แก่แรงงาน 10 คน แรงงานแต่ละคนมีเงินเดือนประมาณ 4.5 ซึ่งการขายไม้ยูคาลิปตัสสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเขากว่า 600 ล้านด่ง จากการที่มีความขยันหมั่นเพียรและมีความคล่องตัวในการแสวงหาแนวทางการปฏิบัติใหม่ ครอบครัวนาย เลียมจึงมีชีวิตที่มีเสถียรภาพ ซึ่งรูปแบบเศรษฐกิจนี้ได้สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวนาย หว่างวันเลียมกว่า 2 พันล้านด่งต่อปี.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ

