หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของทัวร์ Ha Giang Loop ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมากและสตรีชนเผ่าม้งได้มีส่วนร่วมประชาสัมพันธ์อาชีพหัตถกรรมท้องถิ่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนในทั่วโลก

“ชาวม้งตัดผ้าลินินชิ้นหนึ่งมาล้างหน้าให้ผู้ตาย จากนั้นนำไม้มาเผา หากรอยไหม้และผ้าปรากฏเป็นลวดลาย เชื่อกันว่าในชาติหน้าผู้ตายจะได้เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่ถ้าไม่เกิดลวดลาย ก็หมายความว่าในภพหน้าจะเกิดมาเป็นผู้ชาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างผ้าลินินกับชีวิตทางจิตวิญญาณของชนเผ่าม้ง สำหรับลวดลายบนผ้าลินินนั้น มีรูปครอบครัว 4 รุ่น รั้วบ้านและดอกไม้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศิลปะการเย็บปักถักร้อยที่ประณีตสวยงามของสตรีชนเผ่าม้ง"

นาง หว่างถิมาย ชนเผ่าม้ง อายุกว่า 60 ปี กำลังแนะนำเกี่ยวกับลวดลายบนผ้าลินิน ผ้าพันคอและกระเป๋าของชนเผ่าม้งให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งนาง หว่างถิมาย ได้รับโหวตให้เป็น 1 ใน 50 สตรีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเวียดนามประจำปี 2017 โดยนิตยาสาร Forbes เวียดนามเนื่องจากมีส่วนร่วมฟื้นฟูและเผยแพร่อาชีพทอผ้าลินินของชนเผ่าม้งสู่สายตาชาวโลก นาง หว่างถิมาย ได้เผยว่า

“ปัจจุบัน ชนเผ่าม้งรักษา ส่งเสริมคุณค่าและเผยแพร่วัฒนธรรมสู่เพื่อนมิตรชาวต่างชาติ โดยเมื่อปี 2008 และปี 2010 เราได้นำผ้าลินินไปจัดแสดงที่งานแสดงสินค้าที่ลักเซมเบิร์ก สหรัฐ เยอรมนี ฝรั่งเศสและรัสเซีย หมู่บ้านทอผ้าหลุ่มต๊ามของชนเผ่าม้งเป็นตัวแทนของเวียดนามเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์หมู่บ้านหัตถกรรมของสหประชาชาติในช่วงปี 2015-2017 โดยเมื่อปี 2017 มีหมู่บ้านหัตถกรรมจาก 160 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรมที่ประเทศสหรัฐ ซึ่งคณะกรรมการจัดงานได้มอบรางวัลถ้วยทองให้แก่ตัวแทนเวียดนาม”

ทั้งนี้ ผ้าลินินของหมู่บ้านหลุ่งต๊ามได้รับการส่งออกไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก เช่น สหรัฐ แคนาดา ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี สตรีชนเผ่าม้งมุ่งมั่นรักษาและประชาสัมพันธ์อาชีพหัตถกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

นาง สุ่งถิเก่อ ชนเผ่าม้ง อายุ 96 ปีกำลังแนะนำและสาธิตการวาดขี้ผึ้งบนผ้าลินินบริเวณใกล้เตาถ่านให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเธอได้ทุ่มเทตลอดชีวิตให้กับการทอผ้า เย็บปักถักร้อยและวาดขี้ผึ้งบนผ้าลินิน อีกทั้งได้อนุรักษ์และสืบทอดอาชีพหัตถกรรมให้แก่คนรุ่นใหม่ นาง สุ่งถิเก่อเผยว่า

“ดิฉันได้เรียนการทำผ้าลินินตั้งแต่ตอนอายุ 13 ขวบ โดยคุณแม่สอนให้ ดิฉันชอบวาดใบไม้ ดอกไม้บนผ้าสีขาวแล้วย้อมครามเพื่อทำกระโปรงและขายผ้าในราคา 11.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น”

การทำผ้าลินิน มีกว่า 40 ขั้นตอน โดยทุกขั้นตอนต้องทำด้วยมือตั้งแต่การเก็บต้นลินิน ปอกเปลือก แล้วปั่นเป็นเส้นด้าย ต้มเส้นด้ายในน้ำขี้เถ้าและขี้ผึ้ง ย้อมครามวาดขี้ผึ้งและเย็บปักถักร้อย นาง หมั่วถิหมิ ชาวบ้านคนหนึ่งได้เผยว่า

“ครอบครัวดิฉันปลูกต้นลินินในพื้นที่ 1 พันตารางเมตร แม้จะสร้างรายได้ไม่มาก แต่ก็สามารถรักษาเกียรติประวัติและวัฒนธรรมของชนเผ่าม้ง”

ทั้งนี้ ในสภาวการณ์ที่อาชีพทำผ้าลินินในพื้นที่ต่างๆได้หายไป แต่หมู่บ้านหลุ่มต๊ามยังคงพัฒนาและเป็นสถานที่ให้การศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของชนเผ่าม้ง โดยสตรีชนเผ่าม้งได้มีส่วนร่วมเผยแพร่อาชีพหัตถกรรมสู่สายตาประชาชนในทั่วโลก.