นาย Lot Loeng

ด้วยความรักและความประสงค์ที่อยากอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ พร้อมด้วยความรู้จากการไปปฏิบัติธรรมตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2007 ที่วัด Preah Indra Tep ในเสียมราฐ นาย Lot Loeng ได้ตัดสินใจค้นคว้าและศึกษาเนื้อหาต่าง ๆ ที่บันทึกไว้ในสมุดใบลาน Sleukritอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ เขายังถ่ายทอดเทคนิคนี้ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษไม่ให้สูญหายไป

ผมได้เรียนรู้การเขียนบันทึกบนใบลานตั้งแต่อายุ 15 ปีตอนไปบวชที่วัด ด้วยความหวังที่อยากอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ ผมจึงตัดสินใจที่จะสอนสิ่งต่างๆ ที่ตัวเองรู้ให้กับคนรุ่นหลัง รวมถึงการอ่านและการเขียนใบลานให้แก่เด็กๆ และพระภิกษุที่สนใจเรียน ผมอยากให้พวกเขารู้ว่าสมุดใบลาน Sleukrit เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ชาวกัมพูชาทุกคนต้องร่วมกันอนุรักษ์สืบทอดต่อไป”

กระบวนการทำแผ่นใบลานต้องใช้ความพิถีพิถันและความอดทนอย่างมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกใบลานที่ใหญ่และสวยที่สุด โดยคนรุ่นก่อนมักใช้เชือกมัดให้แน่นเพื่อไม่ให้ใบลานขยายใหญ่มากเกินไป หลังจากนั้นหนึ่งปี เมื่อใบลานเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะถูกตัดแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง ตัดแต่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมและกดให้แบน นำมาเรียงเป็นตับแล้วใช้แผ่นไม้ที่เรียบมาประกบด้านนอกแล้วยึดให้แน่น นาย Lot Loeng เผยว่า การเขียนตัวหนังสือบนใบลาน ต้องใช้ไม้ปลายแหลมที่เหลาจากลำต้นของต้นไม้หรือเขาสัตว์ขนาดพอดีมือ

“หลังจากที่เขียนตัวหนังสือบนใบลานแล้ว ต้องใช้หมึกที่ทำจากเขม่าดำผสมกับน้ำมันหรือยางผลไม้ ทาทับตัวหนังสือ เพื่อให้ตัวหนังสือดูชัดเจนและอ่านได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้น ใช้ขี้เลื่อยหรือทรายเพื่อทำความสะอาดหมึกส่วนเกิน ซึ่งจะเหลือแต่ตัวหนังสือสีดำที่โดดเด่น ทำแบบนี้ไปที่ละหน้า แล้วใส่เลขหน้า เจาะรู พ่นเคลือบสี และมัดรวมเป็นเล่มด้วยปกไม้ที่แข็งแรง”

เด็กชาย Pat Burat นักเรียนชั้น ม.5 ที่กำลังเรียนรู้เทคนิคการเขียนบนใบไม้จากนาย Lot Loeng เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ ตัวเองรู้จักสมุดใบลาน Sleukrit ผ่านหนังสือ แต่หลังจากที่เพื่อนๆ ชวนไปเรียนแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นในตอนแรกของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความรัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ Pat อยู่คู่กับงานนี้ในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

“ช่วงแรกๆ เรียนวิธีการเขียนคือยากมากๆ เพราะต้องเขียนตามลายมือโบราณ การเขียนบนใบลานก็ทำให้ผมมองเห็นได้ยากมากเช่นกัน เขียนผิดเส้นเดียวก็ต้องทำใหม่หมด แต่หลังจากที่ลงหมึกแล้วทำความสะอาดและเย็บเล่ม ผมก็รู้สึกดีใจมากๆ กับผลงานของตัวเอง ผมอยากสานต่ออาชีพนี้ เพื่อสามารถอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ”

ชั้นเรียนสอนการเทคนิคการเขียนบนใบไม้ของนาย Lot Loeng

นาย Lot Loeng ยังได้เล่าถึงอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ในการอนุรักษ์และพัฒนาอาชีพนี้ โดยการเขียนตัวอักษรลงบนใบลานไม่เพียงแค่ต้องใช้ทักษะสูงเท่านั้น แต่ยังต้องมีความพิถีพิถันและความหลงใหลอีกด้วย ถึงแม้นาย Lot Loeng ได้สอนเทคนิคการเขียนบนใบลานให้ฟรี แต่ยังคงมีน้อยคนที่สนใจเรียนและประกอบอาชีพนี้เพราะสร้างรายได้น้อยและบางคนแค่มาลองเรียนรู้ระยะสั้น ขณะที่บางคนเลิกทำงานนี้เพื่อไปประกอบอาชีพอื่น

“ในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมได้สอนให้กับลูกศิษย์หลายคนและไม่ใช่ทุกคนที่ประสบความสำเร็จ เพราะอาชีพนี้ไม่สามารถทำเงินได้เยอะ ต้องมีความหลงใหลกับค่านิยมดั้งเดิมต่างๆ ถึงจะทำได้ และท้ายที่สุดก็เหลือไม่กี่คนที่เรียนรู้และประกอบอาชีพนี้อย่างจริงจังจนถึงทุกวันนี้”

ทั้งนี้ ด้วยความรักอันลึกซึ้งต่อวัฒนธรรมเขมร นาย Lot Loeng ได้มุ่งมั่นตั้งใจในการทำสมุดใบลาน Sleukrit ที่ทรงคุณค่าพร้อมถ่ายทอดเทคนิคให้กับคนรุ่นหลัง ด้วยการพัฒนาที่รวดเร็วของโลกอินเทอร์เน็ต ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนที่รู้จักและหาซื้อสมุดใบลานมากขึ้นเพื่อนำไปตกแต่งหรือมีวัดหลายแห่งได้สั่งทำสำเนาพระไตรปิฎก ซึ่งนอกเหนือจากความพยายามของตนเองแล้ว นาย Lot Loeng ยังได้เรียกร้องการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศชาติ อันเป็นมรดกอันล้ำค่าที่ควรได้รับความสนใจและอนุรักษ์ไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง./.