นักเขียน เลหลิว |
ในตลอดเกือบ 50 ปีของการเป็นนักเขียน นักเขียนเลหลิวได้เขียนหนังสือกว่า 40 เล่ม ซึ่งถือเป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ของวงการวรรณกรรมเวียดนาม นักเขียนเลหลิวเคยได้รับรางวัลต่าง ๆ โดยเฉพาะรางวัลแห่งชาติสาขาวรรณกรรมศิลปะที่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2001 สำหรับผลสำเร็จด้านวรรณกรรมต่างๆ เลหลิวถือเป็นหนึ่งในนักเขียนนวนิยายชั้นนำในช่วงศตวรรษที่ 20 และช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ผลงานวรรณกรรมของนักเขียนเลหลิวกล่าวถึงยุคสมัยและมีคุณค่าด้านศิลปะมากมายนักเขียนฟองเดียบ ได้แสดงความเห็นว่า
“ ในด้านวรรณกรรมในช่วงระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงใหม่ ต้องกล่าวถึงบทบาทของนักเขียนเลหลิวที่มีผลงานวรรณกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับผู้ที่ประสบอุปสรรค จากการที่มีจิตใจแห่งความรักใดร่ นักเขียนเลหลิวได้รับฟังและมีความเข้าใจคนกลุ่มนี้”
นักเขียนเลหลิวเกิดเมื่อปี 1942 ที่ตำบลเตินโจว์ อำเภอคว้ายโจว์ จังหวัดฮึงเอียน เคยเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์กองทัพภาคที่ 3 นักข่าวที่รายงานข่าวในสมรภูมิ 559และเส้นทางเจื่องเซิน หลังสงคราม นักเขียนเลหลิวได้ทำงานที่นิตยสารศิลปะแห่งกองทัพ ซึ่งผลงานวรรณกรรมโดดเด่นของนักเขียนเลหลิวคือเรื่อง “เดินทางสู่แสงอาทิตย์” “อยู่ข้างหลังคุณ”และ “กำแพง” เป็นต้น ซึ่งนวนิยาย 2 เล่มคือ “เวลาที่ผ่านไป”และ “คลื่นใต้น้ำ” เป็นนวนิยายสองเรื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดของนักเขียนเลหลิวโดยกล่าวถึงชีวิตสังคมและเขตชนบทเวียดนามในยุคก่อนและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากต่อผู้อ่าน นาง บุ่ยเฟืองถาว ผู้อ่านชาวฮานอย ได้เผยว่า
"ดิฉันชอบนผลงานวรรณกรรมต่างๆของนักเขียนเลหลิว โดยเฉพาะผลงาน “ คลื่นใต้น้ำ” ซึ่งนักเขียนเลหลิวมักจะเขียนผลงานวรรณกรรมเกี่ยวกับประชาชนในเขตชนบท ผลงานของเขาดึงดูดความสนใจของผู้อ่านในตัวเมืองเป็นจำนวนมาก” นวนิยายเรื่อง“เวลาที่ผ่านไป” |
สำหรับนักเขียนเวียดนามหลายรุ่น เลหลิวถือเป็นเพื่อนที่มีบุคลิกที่เรียบง่ายเหมือนประชาชนในเขตชนบทเวียดนาม เขาได้สร้างตัวละครในนวนิยายต่างๆและเขาก็เป็นบุคคลพิเศษของวงการวรรณกรรมเวียดนาม นอกจากนี้ นักเขียนเลหลิวยังได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเขียนที่มีความสามารถพิเศษในงานด้านการต่างประเทศ โดยเป็นนักเขียนแห่งการปฏิวัติเวียดนามคนแรกที่ฝ่ายสหรัฐเชิญร่วมงานกับนักเขียนที่เป็นทหารผ่านศึกเวียดนามและสหรัฐเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยกเลิกคำสั่งคว่ำบาตรและปรับความสัมพันธ์กับเวียดนามให้เป็นปกรติ นักเขียนฟองเดียบ ได้เผยว่า
แม้นักเขียนเลหลิวได้จากโลกนี้ไปแล้วแต่ชื่อเสียงและผลงานวรรณกรรมของเขายังคงสถิตอยู่ในใจของผู้อ่านหลายรุ่นต่อไปตราบนานเท่านาน.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ

