พิธีฉลองการบรรลุนิติภาวะของชนเผ่า เอเด |
ในระบบวัฒนธรรมเวียดนาม สามารถแบ่งตาม 3 เขตคือวัฒนธรรมภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ โดยวัฒนธรรมภาคเหนือมีเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแดงเป็นศูนย์กลางอารยธรรมข้าวนาดำ ซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรมแห่งหมู่บ้าน การบูชาเจ้าที่พิธีธรรมด้านการเกษตร การร้องเพลงทำนองต่างๆ เช่น กวานเหาะ กาจู่และแจ่ว ส่วนวัฒนธรรมภาคกลางมีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของชาวเวียด ชาวจาม ชาวจีนและชาวเขมร ซึ่งมีการพัฒนาของสถาปัตยกรรมชาวจาม การแสดงดนตรีพระราชวังเว้ ศิลปะการร้องเพลงทำนองต่วงและหมู่บ้านศิลปาชีพต่างๆ ในภาคใต้เวียดนามเต็มไปด้วยเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชาวเวียด ชาวจาม ชาวเขมรและชาวจีน ด้วยวิถีชีวิตที่เปิดกว้าง คล่องตัว ความเลื่อมใสศรัทธาที่หลากหลายพร้อมกับเทศกาลที่น่าประทับใจต่างๆ เช่น อ๊อกอมบ๊อกและงิงโอง และการร้องเพลงทำนองเดิ่นกาต่ายตื๋อ นอกจากนี้ แต่ละชาติพันธุ์ในจำนวน 54 ชาติพันธุ์ต่างมีชุดแต่งกาย มีเมนูอาหาร เพลงทำนอง ดนตรีและความรู้เฉพาะของชนเผ่าเอง รองศ. ดร. เหงวียนยวีบั๊ก รองผู้อำนวยการสถาบันรัฐศาสตร์แห่งชาติโฮจิมินห์กล่าวว่า
“ในประวัติศาสตร์ แต่ละชาติพันธุ์และแต่ละภาคถึงแม้มีความแตกต่างในด้านสภาพภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อมการดำรงชีวิต แต่ก็มีประวัติศาสตร์ร่วมกันในการสร้างสรรค์และปกป้องประเทศ ร่วมกันเผชิญกับความผันผวนต่างๆ ในแต่ละสมัย ทั้งความยากลำบาก ความท้าทายและความสำเร็จทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งความผูกพันใกล้ชิดนั้นได้ช่วยสร้างระบบวัฒนธรรมเวียดนามที่มีเอกภาพในความหลากหลาย”
ในความเป็นจริง ถ้าหากท้องถิ่นใดสามารถปฏิบัติภารกิจการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมและตอบสนองความต้องการในด้านวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณของชาวท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ท้องถิ่นนั้นจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้ ดังนั้น เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ ต้องยกระดับความรู้ของประชาชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความรักชาติเท่านั้น หากยังช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมเวียดนามให้มีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มแข็งเพื่อปกป้องวัฒนธรรมและปรับรุงความไว้วางใจและความภาคภูมิใจของประชาชาติเกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒธรรมเวียดนาม ควบคู่กับการอนุรักษ์นั้น ก็ต้องส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของมรดกเวียดนาม ผลักดันการท่องเที่ยวเพื่อมีส่วนร่วมโดยตรงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละท้องถิ่น รอง ศ. ดร. บู่ยหว่ายเซิน สมาชิกคณะกรรมาธิการวัฒนธรรมและสังคมแห่งสหประชาชาติกล่าวว่า
“เราต้องถือชุมชนเป็นเจ้าของวัฒนธรรม ไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องได้รับการอนุรักษ์ เมืองเก่าฮอยอัน หมู่บ้านโบราณเดื่องเลิม หรือเขตริมฝั่งแม่น้ำในภาคใต้เวียดนาม ต้องได้รับการมอบสิทธิและเงินทุนเพื่ออนุรักษ์เอกลักษณ์วัฒนธรรม นอกจากนี้ ก็ต้องมีการลงทุนในด้านหลักๆ อย่างตรงเป้าหมาย โดยต้องอนุรักษ์ให้เอกลักษณ์วัฒนธรรมต่างๆ ได้รับความสนใจจากประชาชนในชีวิตประจำวัน โดยให้ความสนใจถึงศิลปิน ผู้ที่สอนอาชีพและผู้ที่สานต่อผ่านกลไกส่งเสริมและให้สิทธิพิเศษต่อคนรุ่นใหม่ที่สืบทอดต่อไป”
เทศกาล กาเต |
ในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกนั้น ความหลากหลายและความเป็นเอกภาพในด้านวัฒนธรรมไม่เพียงแต่เกิดพลังชีวิตภายในของเวียดนามเท่านั้น หากยังกลายเป็น soft power ของเวียดนามอีกด้วย รองศ.ดร. ฝ่ามยวีดึ๊ก จากสถาบันวัฒนธรรมและการพัฒนาแสดงความคิดเห็นว่า
“เวียดนามเป็นประเทศที่มีชาติพันธุ์ ความเลื่อมใสศรัทธาและพื้นที่หลากหลาย ซึ่งช่วยให้วัฒนธรรมเวียดนามก็มีความหลากหลายเช่นกัน แต่ถึงแม้มีความแตกต่างกัน วัฒนธรรมเวียดนามยังคงมีความเป็นเอกภาพผ่านคุณค่าที่ได้เสริมสร้างผ่านประวัติศาสตร์นับพันปี การวิจัยความสัมพันธ์นี้จะช่วยให้เราสามารถกำหนดแนวทางเกี่ยวกับนโยบายด้านวัฒนธรรมและปกป้องเอกลักษณ์ของประชาชาติได้ในขณะที่ยังคงผลักดันความเปิดเผย ความคิดสร้างสรรค์และการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก”
ความหลากหลายด้านวัฒนธรรมถือเป็น “ทรัพยากรพิเศษ” ที่มีส่วนร่วมอนุรักษ์เอกลักษณ์วัฒนธรรมของประชาชาติ พัฒนาการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมนวัตกรรมและเศรษฐกิจสังคม รวมทั้งเสริมสร้างกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติ ซึ่งในสภาวการณ์การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก ความกลมกลืนระหว่างการอนุรักษ์กับความคิดสร้างสรรค์ ระหว่างประเพณีกับการประชาสัมพันธ์ร่วมสมัยจะช่วยให้เวียดนามเวียดนามเข้าสู่เวทีโลก มีส่วนร่วมยืนยันสถานะและบทบาทของเวียดนามบนเวทีโลก.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ

