ภาพในภาพยนตร์เรื่อง “Roommate”

ผู้กำกับเหงวียนเลหว่างเหวียด เกิดปี1991 เป็นที่รู้จักจากการได้รับรางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมของงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “Roommate” และ “The Cat and the Orange Seeds” เขาได้เผยว่า การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติสร้างโอกาสและประสบการณ์มากมายให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์อิสระ “การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเป็นโอกาสเพื่อเผยแพร่ภาพยนตร์ให้แก่ผู้ชมอย่างกว้างขวางมากขึ้น อีกทั้งเป็นโอกาสเพื่อพบปะกับผู้ที่อยู่ในวงการที่มีประสบการณ์มากมายและผู้กำกับรุ่นใหม่ ตลอดจนสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ทั้งนี้ งานเทศการภาพยนตร์นานาชาติเป็นจุดนับพบของผู้ที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ต้องการแสวงหาภาพยนตร์สำหรับฉายในช่องทางของตนเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์

ผู้กำกับหญิง ห่าเหละเหยียม ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมประเภท International Competition ในงานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติอัมสเตอร์ดัม หรือ IDFA ปี 2021 ซึ่งเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยผลงานภาพยนตร์เรื่อง “Children Of the Mist” ทั้งนี้ ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง “Children Of the Mist” เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยได้รับการฉายอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ

IDFA ได้ช่วยเหลือดิฉันตั้งแต่การถ่ายทำจนถึงการตัดต่อ โดยหลังจากได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมเป็นเวลา 3 ปี ภาพยนตร์เรื่อง “Children Of the Mist”ได้รับการฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกว่า 200 ครั้ง รวมทั้งที่โรงภาพยนตร์ใหญ่ๆในสหรัฐ ฝรั่งเศส ไต้หวัน ประเทศจีนและสิงคโปร์”

ภาพในภาพยนตร์เรื่อง “Children Of the Mist”

ส่วนนาย Antonio Termenini ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์เอเชียในกรุงโรม ประเทศอิตาลีได้เผยว่า ภาพยนตร์เวียดนามมีคุณภาพดี เนื้อหาน่าสนใจ โดยเฉพาะมีความร่วมมือกับประเทศต่างๆในภูมิภาค เช่น ภาพยนตร์เรื่อง “Don't cry, Butterfly” เป็นผลงานความร่วมมือระหว่างผู้กำกับ เยืองเหยียวลิงกับโปรดิวเซอร์ชาวสิงคโปร์ โดยได้รับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ภาพยนตร์เวียดนามหลายเรื่องได้รับการชื่นชมจากนานาประเทศ ซึ่งการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติจะช่วยให้ผู้สร้างภาพยนตร์เวียดนามพัฒนามากขึ้น

“การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในเวียดนามที่เพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่น่ายินดี เช่น งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครโฮจิมินห์และงานเทศกาลภาพยนตร์เอเชียในนครดานังเป็นงานที่มีคุณภาพและน่าสนใจมาก”

ส่วนนักวิจารณ์ภาพยนตร์ เลห่งเลิม ได้เผยว่า งานเทศกาลภาพยนตร์ระหว่างประเทศไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์เท่านั้น หากยังเป็นโอกาสเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ภายในประเทศและโลกมากขึ้น อีกทั้งทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงผลงานและพบปะพูดคุยกับผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ

“การจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมีบทบาทสำคัญเพื่อสร้างโอกาสการพัฒนาและยกระดับชื่อเสียงให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์เวียดนาม นอกจากนี้ ยังมี workshop และโครงการช่วยเหลือผู้กำกับผู้ผลิตภาพยนตร์รุ่นใหม่มากมายอีกด้วย”

ทั้งนี้ ยิ่งกว่าผลงานศิลปะใดๆ อุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นสะพานเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเวียดนามอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งการนำภาพยนตร์เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเป็นโอกาสเพื่อให้ผู้ส้างภาพยนตร์และผู้กำกับรุ่นใหม่ประชาสัมพันธ์ผลงาน พบปะแลกเปลี่ยนและเรียนรู้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่พัฒนาในโลก.