อาชีพปลูกป่าพัฒนาอย่างรวดเร็วในจังหวัดเอียนบ๊าย |
“เราปลูกป่าเพื่อค้ำประกันรายได้ในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราขายต้นไม้หลังการปลูก 7 ปีจะได้เงินประมาณ 60-70 ล้านด่งต่อเฮกตาร์ แต่ถ้าปลูกเป็นเวลา 12 ปีจะได้มากกว่า 100 ล้านด่งในขณะที่เราไม่ต้องลงทุนเพิ่มและสามารถเลี้ยงผึ้งในป่าได้ด้วย”
รูปแบบการปลูกป่าอย่างยั่งยืนไม่เพียงแต่สร้างฐานะที่มั่นคงให้แก่ผู้ปลูกป่าเท่านั้น หากยังสร้างกำไรสูงให้แก่สถานประกอบการอีกด้วย โดยในจังหวัดเอียนบ๊าย มีโรงงานแปรรูปไม้กว่า 500 แห่ง ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรูปแบบ เช่น ไม้อัดเพื่อการส่งออกและผลิตภัณฑ์กระดาษต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งช่วยสร้างงานทำให้แก่แรงงานกว่า 3,000 คนและเป็นแหล่งรายได้ของจังหวัด นาง ช้ากทูแห่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริษัท ผลิตและลงทุนเลิมฟอง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำหน้าในการผลิตตู้ครัวเพื่อส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ และมีรายได้กว่า 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ได้ยืนยันว่า การผลิตและประกอบธุรกิจของบริษัทสะดวกมากเนื่องจากมีแหล่งวัตถุดิบที่หลากหลายและมีคุณภาพสูงจากรูปแบบการปลูกป่าที่ยั่งยืน
“ การผลิตในจังหวัดเอียนบ๊ายมีความสะดวกมากเพราะในท้องถิ่นมีโรงงานผลิตวัตถุดิบที่สามารถตอบสนองความต้องการของเราจำนวนมาก ส่วนตลาดต่างประเทศของบริษัทก็มีศักยภาพทำให้เราได้รับใบสั่งซื้อจำนวนมาก”
เอียนบ๊ายเป็นท้องถิ่นที่มีปริมาณการผลิตไม้มากที่สุดในเขตเขาภาคเหนือเวียดนาม โดยมีพื้นที่ป่าไม้เกือบ 479,000 เฮกตาร์ มีไม้ประมาณ 700,000 ลูกบาศก์เมตร สิ่งที่น่าสนใจคือ ในหลายปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดฯ ยังสามารถปลูกป่าเพิ่ม 15,000 เฮกตาร์/ปี ยอดพื้นที่ป่าไม้ในปี 2015 จากร้อยละ62 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 63 ในปี 2022 มาเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ นอกจากนี้ จังหวัดฯ ได้ตั้งเป้าไว้ว่า ถึงปี 2025 จะเพิ่มพื้นที่ป่าขึ้นเป็นร้อยละ 65 ซึ่งจะได้ไม้ประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตร/ปี พร้อมทั้งพัฒนาเป็นศูนย์แปรรูปไม้ใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในเวลาที่ผ่านมา ทางการจังหวัดฯ ได้กำชับให้ท้องถิ่นต่างๆ ปลูกป่าตามแนวทางมาตรฐานการจัดการป่าอย่างยั่งยืนหรือ FSC โดยปัจจุบัน ทั้งจังหวัด มีพื้นที่ป่าเกือบ 12,000 เฮกตาร์ที่ได้รับใบรับรองดังกล่าว และพยายามให้ภายใน 4 ปีที่จะถึงมีพื้นที่ป่าอีกประมาณ 100,000 เฮกตาร์ได้รับใบรับรองดังกล่าว นอกจากนี้ ทางการจังหวัดฯ ยังรณรงค์ให้ชาวบ้านเปลี่ยนจากการปลูกต้นไม้เล็กมาเป็นต้นไม้ใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ ดร. โด๋ห่ายาง ฝ่ายส่งเสริมการปลูกป่า สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเกษตรแห่งชาติให้ข้อสังเกตว่า
“การปลูกป่าตามมาตรฐาน FSC หมายถึงการปลูกตามมาตรฐานสากล ซึ่งทุกขั้นตอนในการปลูก ไม่ว่าจะเป็นการใช้พันธุ์ไม้ วิธีการปลูกและการดูแลป่าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ผลิตภัณฑ์ของเราถึงจะสามารถเจาะตลาดใหญ่ๆทั่วโลกได้ เช่น ยุโรป ทวีปอเมริกา ญี่ปุ่นและจีน ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับการปลูกป่าแบบเก่า”
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ
