สำหรับเพลง “Dòng sông ai đã đặt tên” หรือ “ใครหนอตั้งชื่อแม่น้ำ” ของนักดนตรี เจิ่นหิวฟาฟ ที่ประพันธ์เมื่อปี 1982 มีเนื้อร้องเกี่ยวกับความงามของแม่น้ำเฮืองหรือแม่น้ำหอมและความรักที่มีต่อแม่น้ำสายนี้
ใครหนอตั้งชื่อแม่น้ำ
ทำให้ใครชักคนที่อยู่ห่างไกลไม่อาจลืมเมืองเว้
และยังคงคิดถึงคนึงหาสายน้ำแห่งนี้อยู่เสมอ
ในตอนท้ายของเพลง นักดนตรี เจิ่นหิวฟาฟ ได้ถ่ายทอดความสุขเมื่อแม่น้ำหอมไม่ต้องเผชิญสงครามและระเบิดอีกต่อไป แม่น้ำเป็นพยานในการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงใหม่ในบ้านเกิด ผู้ที่อยู่ห่างจากบ้านเกิดจดจำสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ท่ามกลางเสียงเพลงแสนไพเราะของเมืองเว้
ลำดับต่อไป ขอเชิญท่านมาเยือนแม่น้ำหมาในจังหวัดแทงฮว้าพยานแห่งความกล้าหาญผ่านเพลง “เพลงรักเกี่ยวกับแม่น้ำหมา” ของนักดนตรี ฟานหลากฮวา
เพลงแห่งสายน้ำเป็นพยานแห่งสัญญารัก
เพลงแห่งสายน้ำแห่งความคิดถึงคนึงหา
ที่รัก ฉันร้องเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำหมา
บ้านเกิดของฉันมีภูเขาหงอก ภูเขาโหร่งและ แม่น้ำสีเขียวคดเคี้ยวหล่อเลี้ยงชีวิต
บทเพลงหล่อเลี้ยงใจให้เดินหน้าปลูกข้าวและเก็บเกี่ยว
เป็นบทเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำหมาที่กล้าหาญ
เพลงสุดท้ายที่ทางผู้จัดทำรายการนำมาเปิดให้ฟังในรายการเพลงวันนี้คือเพลง “Chảy đi sông ơi” หรือ “สายน้ำแห่งชีวิต” ของนักดนตรี ฟ้อดึ๊กเฟืองที่แต่งขึ้นเมื่อปี 1997 เพลงนี้กล่าวถึงแม่น้ำห่งหรือแม่น้ำแดงที่มีความผูกพันที่ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมของเขตที่ราบลุ่มในภาคเหนือ แม่น้ำเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงให้กับนักดนตรีเวียดนามที่มีชื่อเสียงหลายคน สำหรับเพลงนี้ นักดนตรี ฟ้อดึ๊กเฟือง เผยว่า เขาถ่ายทอดความรู้สึกของแม่น้ำแห่งชีวิตด้วยการเปรียบเปรยกับคุณแม่เวียดนามที่ขยันขันแข็ง อดทนและทุ่มเทกับลูกหลานกับครอบครัวอย่างเต็มใจตลอดชีวิต นี่คือเพลงที่โดดเด่นที่สุดในอาชีพแต่งเพลงของนักดนตรี ฟ้อดึ๊กเฟือง
"โอ้แม่น้ำแสนอ่อนโยนที่อุดมสมบูรณ์
โอ้แม่น้ำ แม่น้ำแห่งความรัก
แม่น้ำพันปีที่สายน้ำไม่เคยหยุดไหล
สายน้ำเป็นพยานแห่งชีวิตที่เยาวัยตลอดไป”
สำหรับนักดนตรี ฟ้อดึ๊กเฟือง แม่น้ำคือพยานแห่งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ความผันผวนทางประวัติศาสตร์ของประเทศในตลอดกว่า 4,000 ปี เขากล่าวถึงจิตใจของแม่ เช่น "ความอ่อนโยน" “ความขยันขันแข็ง” และ "ความมั่นคง" เพื่อสื่อถึงคุณสมบัติของชาวเวียดนาม.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ