![]() |
นอกจากการนับปฏิทินด้วยการสังเกตุดูรูปร่างของพระจันทร์บนท้องฟ้าเพื่อคำนวณวันเดือนปีแล้ว ในแต่ละชุมชนยังมีผู้ที่ชำนาญการในเรื่องนี้เรียกว่า “ปอ” หรือ “ปอหมึอ” ซึ่งเป็นคนที่ดูฤกษ์ดูยามให้คนในพื้นที่และเขาจะมีสมุดจดบันทึกการนับปฏิทินเรียกว่า “ sổ chong bàng” โดยในวรรณคดีโบราณของชนเผ่าไทนั้นยังมีคำบรรยายรูปร่างของพระจันทร์ในช่วงวันเพ็ญและข้างแรมที่หมายถึงการมองเห็นดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงเป็นเสี้ยว บางช่วงเป็นเสี้ยวเล็ก บางคืนเสี้ยวใหญ่ บางคืนสว่างเต็มดวง บางคืนก็มืดทั้งดวง ในการนับปฏิทินของชนเผ่าไทยังมีการใช้ระบบ Can หรือ ราศีบน 10 อัน และ Chi หรือ ราศีล่าง 12 อัน นายหล่อเซืองฮัก อายุ 95ปี ชาวบ้าน เจี่ยงดง อำเภอต่วนย้าว จังหวัดเดียนเบียนเผยว่า“การนับปฏิทินของชาวเผ่าไทต่างกับชนเผ่าอื่นโดยมักสังเกตุดูรูปพระจันทร์บนท้องฟ้าเพื่อคำนวณวันเดือนปี และผู้มีประสบการณ์จะสามารถดูออกว่าปีไหนฝนจะมาก ส่วนเรื่องของลมจะดูที่ต้นไม้และพฤติกรรมของมด หากมดทำรังในที่ต่ำ ลมจะแรง แต่ถ้ามดทำรังในที่สูงจะไม่ค่อยมีลมพายุในปีนั้น”
จากการมองเห็นความจำเป็นของการอนุรักษ์และสืบทอดปฏิทินไทเดิม นาย ก่า วัน จุง ชาวเผ่าไท อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีจังหวัดเซินลา จึงได้เสนอและดำเนินโครงการวิจัยหัวข้อ “ศึกษา รวบรวมปฏิทินไทจังหวัดเซิน ลา และสร้างโปรแกรมปฏิทินไทในคอมพิวเตอร์” เขาได้สร้างโปรแกรมปฏิทินไทเดิมในคอมพิวเตอร์สำเร็จในปี 2005 ซึ่งสามารถค้นหาวันที่ได้ในระยะเวลาถึง 400ปี ตั้งแต่ปี 1800 ถึงปี 2199 และเทียบเคียงระหว่างปฏิทินสุริยคติ ปฏิทินจันทรคติทั่วไปของเวียดนาม และปฏิทินของเผ่าไท นายก่า วัน จุง เผยว่า“เราได้ทำโปรแกรมปฏิทินของเผ่าไทในคอมพิวเตอร์แล้ว สมาคมวรรณกรรมพื้นบ้านเวียดนามก็ได้ตีพิมพ์ปฏิทินของเผ่าไทเป็นเล่มมีทั้งหมด 7 ตอน ซึ่งปฏิทินนี้สามารถดูเวลาได้ถึง 400 ปี ผมหวังว่าจะมีคนรู้จักปฏิทินเผ่าไทมากขึ้น”
ด้วยการนับปฏิทินตามวิธีเฉพาะ ปฏิทินของเผ่าไทนั้นถือเป็นมรกดวัฒนธรรมที่มีค่าที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่คลังวัฒนธรรมของชุมชนเผ่าไทที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และพัฒนาต่อไป./.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ
