นาง Mork Cheangกับลูกสาว

หลายคนอาจคิดว่า โฮล ปิดาน ปัจจุบันคงเหลือแต่ในพิพิธภัณฑ์และแทบจะไม่มีใครทำต่อแล้ว แต่ที่หมู่บ้าน กปอรม ในจังหวัดตาแก้ว นาง Mork Cheang อายุ 75 ปี ยังคงนั่งทอผ้าด้วยสองมือโดยอาศัยความจำของตน เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังรักษาอาชีพนี้ไว้ได้ และเป็นส่วนที่เหลืออยู่ของประเพณีที่กำลังเลือนหาย สำหรับเธอ การทอ โฮล ปิดาน ไม่ใช่แค่การทำมาหากิน แต่คือภารกิจศักดิ์สิทธิ์ ทุกเส้นไหม ทุกลวดลายล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความเลื่อมใสของชาวเขมร

ตอนฉันอายุเก้าขวบ ตัวยังไม่สูงจึงทำได้แค่ผูกลาย จนสิบเอ็ดขวบถึงได้เริ่มเรียนการทอ แล้วก็ผูกพันมาจนถึงตอนนี้ หลังยุคเขมรแดง ผู้คนมุ่งทำเกษตร สร้างบ้าน แต่ฉันเก็บรวบรวมอุปกรณ์ทอผ้า เพราะยังคงหลงใหลในงานนี้ ฉันแค่หวังว่าจะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ โฮล ปิดาน ให้คนรุ่นต่อไป

ผ้าไหมโฮล

ผ้าไหมโฮลใช้เทคนิค ikat คือการย้อมเส้นด้ายก่อนนำไปทอ เป็นวิธีที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง ความอดทน และฝีมือ ระหว่างการย้อม เส้นด้ายจะถูกมัดเป็นลวดลายเฉพาะ แล้วย้อมซ้ำหลายชั้นเพื่อสร้างลวดลายหลากหลาย หลังการย้อมจึงนำไปทอเป็นผืนผ้า จากนั้นแต่ละลายจึงปรากฏตรงตามแบบที่กำหนด ผ้าโฮล ทั่วไปที่ใช้ทำเสื้อผ้า มักมีลายเรียบง่ายและซ้ำ ๆ แต่ โฮล ปิดาน แต่ละผืนจะเล่าเรื่องราว ตั้งแต่เส้นทางตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เรื่องชาดก ไปจนถึงตำนานพื้นบ้านเขมร ทำให้ขั้นตอนการทอซับซ้อนและประณีตกว่ามาก นาง Mork Cheang เผยว่า

การทอไม่ยาก แต่เหนื่อยที่สุดคือขั้น ikat ตั้งแต่ทำลาย ย้อม จนเริ่มทออาจใช้เวลาหนึ่งเดือน ส่วนการทอต้องเพิ่มอีกสองสัปดาห์ ถ้าเป็น โฮล ปีดาน ขนาดใหญ่หรือลวดลายซับซ้อน อาจใช้เวลาถึงหนึ่งปี เมื่อก่อน ผู้คนใช้ โฮล ปีดาน ในพิธีกรรมวัด บางคนเจ็บป่วยยังมาขอยืม โฮล ปีดาน จากวัดไปทำพิธีที่บ้าน แขวนบนผนังหรือเพดาน เชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย นำความสงบสุขมาให้ครอบครัว

ถึงแม้สูงวัยและสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่นาง Mork Cheang ยังคงมุ่งมั่นถ่ายทอดงานทอผ้าให้กับคนรุ่นหลัง เธอสอนลูกสาวและร่วมกับลูกสาวสานต่อให้คนหนุ่มสาวในหมู่บ้าน โดยเชื่อว่า การส่งต่อองค์ความรู้และทักษะนั้นจะทำให้ศิลปะ โฮล ปีดาน ไม่มีวันสูญหาย นาง Pon Theary ลูกสาวนาง Mork Cheang เล่าให้ฟังว่า

แม่สอนฉันทอ โฮล ปีดาน ตั้งแต่อายุ 14 ตอนนี้ฉันกว่า 40 ปีแล้ว แม่ยังใช้วิธีการย้อมสีดั้งเดิมจากธรรมชาติ ส่วนฉันใช้สีย้อมเคมีเพื่อความสะดวกและเพิ่มสีสันได้มากขึ้น ทำให้เราสามารถผสมผสานทั้งเทคนิคดั้งเดิมและสมัยใหม่ ฉันเลือกเดินตามอาชีพนี้เพื่อสืบต่อและส่งต่อทักษะการทำ โฮล ปีดาน ยายถ่ายทอดให้แม่ แม่ถ่ายทอดให้ฉัน – และฉันอยากถ่ายทอดต่อให้ลูกของฉัน

ผ้าโฮล ปิดาน เคยได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในผ้าทอที่ประณีตและมีคุณค่าทางวัฒนธรรมมากที่สุดของชาวเขมร

เธอเล่าเพิ่มเติมว่า เทคนิคทอผ้า โฮล ปีดาน นั้นซับซ้อนมากจึงต้องใช้ความอดทนและละเอียดสูง ทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากไม่มีแรงบันดาลใจที่จะทำ อีกทั้งตลาดจำหน่ายแคบ ทำให้ชีวิตช่างทอเผชิญความยากลำบาก

บางครั้งก็มีคนมาสั่งซื้อ โฮล ปีดาน ของเรา ถ้าไม่มีออเดอร์ เราก็เอาไปขายที่ตลาด บางครั้งขายให้พ่อค้าคนกลาง ถ้ามีทุน ฉันจะทอช่วงที่ราคาวัตถุดิบถูก แล้วขายเมื่อราคาตลาดสูง แต่ตอนนี้ ฉันต้องขายไม่ว่าราคาจะขึ้นหรือลง เพราะฉันกับแม่จำเป็นต้องใช้เงินเลี้ยงชีพ

ด้วยความทุ่มเทอย่างเงียบ ๆ ในปี 2023 นาง Mork Cheang ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 9 ช่างฝีมือที่พระมหากษัตริย์กัมพูชาพระราชทานตำแหน่ง “มรดกมีชีวิต” เป็นการยืนยันถึงความสามารถและผลงานของเธอในการอนุรักษ์ศิลปะทอผ้า โฮล ปีดาน – มรดกวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของชาติ

ด้วยสองมือและทั้งชีวิต นาง Mork Cheang ไม่ได้แค่ทอผ้า โฮล ปีดาน ที่วิจิตรเท่านั้น แต่ยังสานต่อเรื่องราวของความหลงใหล ความเพียร และความรักในวัฒนธรรมเพื่อให้คุณค่าดั้งเดิมไม่สูญหายและส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป.