นาย Mon Chea |
นาย Mon Chea เกิดที่จังหวัดกัมปอตในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยต้องลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 13 ปี เพื่อตัดไม้หาเงินเลี้ยงครอบครัว เมื่อปี 2010 เขาประสบอุบัติเหตุจากไฟฟ้าที่ไซต์งานก่อสร้างในจังหวัดกัมปอต ทำให้แขนทั้งสองข้างของเขาเป็นอัมพาตและถูกตัดไปถึงข้อศอก ณ ขณะนั้น นาย Mon Chea จึงเผชิญกับภาวะซึมเศร้าอย่างหนักและเคยคิดที่จะจบชีวิตหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ความละอายใจก็ยิ่งทำให้เขาไม่กล้าออกจากบ้านหรือเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน หรือแม้แต่จะไปพบใครนอกจากสมาชิกในครอบครัว
“ตอนนั้น ผมเป็นโรคซึมเศร้าหนักมาก ตลอดระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2010 ถึงปี 2013 ผมแทบจะอยู่แต่ในบ้าน ออกไปข้างนอกเจอใครผมก็รู้สึกกลัวไปหมด แม้แต่จะสบตาคนอื่นก็ยังไม่กล้า ตอนยังไม่พิการ ผมช่วยยพ่อแม่ทำงานหาเงิน พอเกิดเหตุ ทุกอย่างแทบพังทลายลง แม้แต่เรื่องกินก็ต้องพึ่งพาพ่อแม่”
แต่ในที่สุดก็ถึงจุดพลิกชีวิตในช่วงปี 2015 เมื่อเขาได้รับการแนะนำให้เข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมด้านศิลปะสำหรับผู้พิการที่จังหวัดกัมปอต แม้ยังรู้สึกสงสัยว่าจะเรียนวาดภาพโดยไม่ใช้มือได้หรือไม่ แต่นาย Mon Chea ก็ยังมุ่งมั่นตั้งใจด้วยพลังแห่งความหวัง
“ตั้งแต่ที่เสียแขนไป ผมรู้สึกกลัวทุกอย่าง กลัวคนอื่นมองไปที่แขน จนถึงปี 2015 เมื่อรู้จักคอร์สเรียนและตัดสินใจเข้าร่วม ผมเห็นว่า ยังมีอีกหลายคนลำบากกว่าผม มีคนที่ตาบอดทั้งสองข้างหรือสูญเสียแขนทั้งหมด บางคนเสียทั้งตาทั้งแขน แต่พวกเขายังคงตั้งใจเรียนรู้อาชีพ ยังยิ้มได้และมีความคิดในเชิงบวก และเมื่อมองตัวเอง ผมรู้สึกว่า ชีวิตตนเองยังโชคดี จึงตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้ แล้วก็ประคับประคองจนผ่านอุปสรรคมาได้”
ผลงานของนาย Mon Chea |
หลังจากสูญเสียมือทั้งสองข้าง นาย Mon Chea ใช้ลำแขนจับปากกาเพื่อร่างเส้น แล้วใช้มีดแกะสลักลายบนแผ่นไม้ โรยหมึกแล้วพิมพ์งานลงบนกระดาษ ซึ่งวิธีวาดแบบนี้ทำให้แขนสองข้างของเขาอ่อนล้า เจ็บและเมื่อย ดังนั้น เขาจึงวาดภาพได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ทำให้ผลงานทุกชิ้นต้องใช้เวลานานก โดยผลงานของเขาส่วนใหญ่เป็นภาพขาวดำ แม้ไม่มีสีสันที่หลากหลายแต่กลับเต็มไปด้วยความหมายและคุณค่าอันลึกซึ้ง ซึ่งสะท้อนแง่มุมชีวิตประจำวัน วัฒนธรรม และทิวทัศน์ธรรมชาติของประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะในจังหวัดเสียมเรียบที่เขากำลังอาศัยและทำงานอยู่ ส่วนผลงานของเขาได้มีการจัดแสดงที่งานนิทรรศการภาพวาดหลายงานทั้งในพื้นที่เซียมเรียบ กรุงพนมเปญ และต่างประเทศ โดยหลาย ๆ คนได้กล่าวชื่นชมว่า ถึงแม้เป็นผู้พิการ แต่เขายังคงมุ่งมั่นพัฒนาทักษะที่ยอดเยี่ยมเพือให้ทุกคนได้เห็นถึงคุณค่าของความพยายาม
“งานแบบนี้ยากมาก แต่เขาทำออกมาได้ดีมาก ๆ และยังแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ชีวิตยากลำบาก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นเพื่อเอาชนะอุปสรรคด้ ผมเชื่อว่า เรื่องราวของเขาจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลาย ๆ คน”
แม้รายได้จากการขายภาพยังไม่ค่อยมั่นคงและอาจแค่พอเลี้ยงชีพได้เท่านั้น แต่นาย Mon Chea ยังคงมองโลกในแง่ดี พร้อมความภูมิใจในตัวเอง แม้เป็นผู้พิการ แต่ก็สามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ปกติ โดยเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนและสะท้อนถึงคุณค่าของความขยันหมั่นเพียรและกล้าคิดกล้าทำ
“สำหรับผู้พิการตั้งแต่กำเนิดหรือประสบอุบัติเหตุเหมือนผม ผมหวังว่า พวกคุณจะไม่ย่อท้อ อย่าใส่ใจคำพูดในเชิงลบหรือคำดูถูกว่า คุณทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่จงเปิดใจและกล้าลงมือทำสิ่งที่คุณเชื่อว่าทำได้ เพราะนั่นคือเส้นทางที่จะช่วยให้คุณได้พบคุณค่าที่แท้จริงและใช้ชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจ”
ผลงานศิลปะของนาย Mon Chea แฝงไว้ซึ้งเรื่องราวแห่งพลังใจและความเชื่อมั่น แม้สูญเสียแขนทั้งสองข้าง แต่เขาเองก็ยังเลือกที่จะลุกขึ้นสู้ ซึ่งเส้นทางของศิลปิน Mon Chea เป็นการเตือนใจให้กับหลาย ๆ คนว่า ตราบใดที่พวกเรายังมีใจศรัทธา ใคร ๆ ก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ได้./.
Vietnamese
中文
日本語
한국어
Français
Русский
Deutsch
Español
Bahasa Indonesia
ไทย
ພາສາລາວ
ខ្មែរ

